ข่าวสารและกิจกรรม
cover

โกดังสินค้ามีกี่ประเภทและการจําแนกคลังสินค้าแต่ละประเภทมีอะไรบ้าง?

DATE : 1 ก.พ. 2021
VIEW : 777

โกดังหรือคลังสินค้า คือ สถานที่สำหรับจัดเก็บสินค้าซึ่งเป็นที่ต้องการทั้งสำหรับผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก ธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจบริการด้านขนส่ง ซึ่งในยุคนี้ก็มีคลังสินค้าให้เช่ามากมาย โดยโกดังสินค้ามักจะเป็นอาคารขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่นอกเมืองออกไป เนื่องจากต้องการพื้นที่จำนวนมากสำหรับจัดเก็บสินค้า บางโกดังสินค้าก็จะตั้งอยู่ติดกับท่าเรือ สนามบิน หรือสถานีรถไฟเลยเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายและขนส่งสินค้าล็อตใหญ่ๆ ซึ่งโกดังส่วนใหญ่มักจะจัดเก็บสินค้าแบบพาเลทเป็นชั้นๆ เพื่อประหยัดพื้นที่ แล้วใช้รถโฟล์คลิฟท์สำหรับยกและเคลื่อนย้ายสินค้าได้อย่างรวดเร็ว ลองมาดูกันว่าโกดังสินค้าหรือคลังสำหรับจัดเก็บสินค้าโดยทั่วไปมีทั้งหมดกี่ประเภท และแต่ละประเภทนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

 

จำแนกคลังสินค้า และโกดังสินค้า 6 ประเภท

 

1. โกดังสินค้าแบบส่วนตัว (Private Warehouse)

โกดังสินค้าประเภทนี้เป็นแบบส่วนตัวซึ่งอาจดูแลจัดการโดยผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย อาจเป็นโกดังที่ตั้งอยู่ติดกับส่วนที่ผลิตสินค้าในโรงงานโดยตรงของผู้ผลิต โกดังสำหรับจัดเก็บสินค้าของผู้จัดจำหน่ายทั้งค้าส่งและค้าปลีกที่อยู่ใกล้กับร้านค้าพวกเขา ซึ่งอาจจะมีมากกว่า 1 แห่ง เนื่องจากมีสถานที่สำหรับจำหน่ายสินค้าหลายแห่งด้วยกัน 

 

2. โกดังสินค้าแบบสาธารณะ (Private Warehouse)

โกดังสินค้าประเภทนี้อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจซึ่งเปิดโอกาสให้บริษัทต่างๆ เข้ามาจับจองและเช่าพื้นที่สำหรับจัดเก็บสินค้าได้ตามต้องการ เป็นการสนับสนุนจากรัฐสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางภายในประเทศที่อาจมีพื้นที่สำหรับการจัดเก็บสินค้าของตนเองที่ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่อาจมีความต้องการด้านกำลังการผลิตมากกว่าปกติ  

 

3. คลังสินค้าทัณฑ์บน (Bonded Warehouse)

โกดังสินค้าแบบนี้มีไว้สำหรับสินค้านำเข้าที่ต้องรอการตรวจสอบจากศุลกากรนั่นเอง เพราะฉะนั้น คลังสินค้าประเภทนี้ก็จะมีการดูแลจัดการโดยรัฐบาลโดยตรงสำหรับการชำระภาษีของสินค้านำเข้านั้นๆ ก่อนที่บริษัทจะสามารถดำเนินการเรื่องการขนส่งไปยังสถานที่ต่อไปได้ ทำให้ส่วนใหญ่แล้วคลังสินค้าทัณฑ์บนมักจะตั้งอยู่ตามท่าเรือหรือสนามบินเพื่อรอการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตและศุลกากรให้เรียบร้อยเสียก่อน

 

4. ศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center)

โกดังสินค้าประเภทนี้มักจะมีพื้นที่ขนาดใหญ่เพื่อรองรับสินค้าจำนวนมากเพื่อการกระจายสินค้าไปยังร้านค้าย่อยอื่นๆ ต่อไป โดยมีการผัดเปลี่ยนหมุนเวียนสินค้าอย่างรวดเร็วในแต่ละวัน ซึ่งศูนย์กระจายสินค้ามักจะตั้งอยู่ในโลเคชันที่สะดวกต่อการขนส่งสินค้ามายังศูนย์ของผู้ผลิตและง่ายที่จะเคลื่อนย้ายสินค้าไปยังร้านค้าปลีกย่อยเพื่อให้ไปถึงมือของผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วที่สุด โดยอาจมีการนำเข้าเข้ามาภายในโกดังช่วงเช้าและส่งออกในช่วงบ่ายหรือเย็นของแต่ละวัน

 

5. โกดังที่มีการควบคุมอุณหภูมิ (Climate-controlled Warehouse)

โกดังประเภทนี้เป็นที่ต้องการสำหรับสินค้าที่มีความสดใหม่ที่ต้องมีการรักษาอุณหภูมิ ความชื้น หรือสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมสำหรับสินค้าชนิดนั้นๆ โดยเฉพาะ เช่น โกดังสำหรับจัดเก็บดอกไม้ ห้องเย็นสำหรับจัดเก็บอาหารสดหรืออาหารแช่แข็ง เป็นต้น 

 

6. คลังสินค้าแบบบริหารจัดการ (Fulfillment Center)

 

โกดังสินค้าประเภทนี้เป็นที่นิยมสำหรับธุรกิจ e-commerce ต่างๆ เนื่องจากนอกจากจะเป็นโกดังสินค้าแล้วยังทำหน้าที่ในการแพ็คสินค้าและจัดส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าอีกด้วย เหมาะกับผู้ที่อยากขายของออนไลน์โดยไม่ต้องดูแลเรื่องการสต๊อกสินค้า และจัดส่งใดๆ ทั้งสิ้น โดยเริ่มจากการที่บริษัทผู้ค้าส่งสินค้าไปยังคลังสินค้าแบบบริหารจัดการก่อน และเมื่อมีคำสั่งซื้อจากลูกค้า คลังสินค้าก็จะบริหารจัดการเรื่องการขนส่งสินค้าให้ต่อ 

 

การมีโกดังสินค้าแบบส่วนตัวเป็นของตัวเองต้องใช้เงินทุนไม่ใช่น้อย ทำให้หลายบริษัทที่ไม่มีพื้นที่สำหรับจัดเก็บสินค้าที่เพียงพอหันมาเลือกใช้บริการโกดังให้เช่าเป็นตัวช่วย เพราะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพื้นที่และการก่อสร้างได้ แถมยังมีโลเคชั่นที่ดีสำหรับการขนส่งและเคลื่อนย้ายสินค้าอีกด้วย

 

ไม่ว่าธุรกิจของคุณต้องการเช่าโรงงาน คลังสินค้า หรือโชว์รูม โชติธนวัฒน์ก็มีพร้อมสำหรับบริการลูกค้าทั้งสิ้น โดยเฉพาะ คลังสินค้าบางนา และอีกหลายๆ Location สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากรายละเอียดสำหรับติดต่อ warehousechod.com