ข่าวสารและกิจกรรม
cover

ชั้นวางของ (Rack) ที่นิยมใช้ในคลังสินค้ามีอะไรบ้าง?

DATE : 23 พ.ค. 2024
VIEW : 100

การเลือก Rack ให้เหมาะสมกับคลังสินค้า

1. ประเภทของสินค้า : ต้องเลือกชั้นวางที่เหมาะแก่ ขนาดและลักษณะสินค้า ของแต่ละประเภทที่แตกต่างกัน

2. ปริมาณสินค้า : จำนวนสินค้าที่ต้องจัดเก็บมีผลต่อขนาดและการรับน้ำหนักของชั้นวาง เพื่อที่จะเลือกชั้นวางให้เหมาะสมและสามาถจัดเก็บได้ในปริมาณมาก

3. พื้นที่คลังสินค้า ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และโครงสร้าง การรับน้ำหนักและพื้นที่การจัดวางที่สามารถใช้ได้

4. การเข้าถึงสินค้า ต้องเลือกจากประเภทของสินค้าและระบบการหมุนเวียนสินค้าภายในคลัง ว่าเหมาะสมกับชั้นวาง (Rack) แบบไหน เพื่อที่จะสามารถเข้าถึงสินค้าได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย

5. งบประมาณ : ชั้นวางแต่ละประเภท มีราคาที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับขนาดและวัสดุที่เลือกใช้

 

ชั้นวางของ (Rack) ที่นิยมใช้ในคลังสินค้ามีอะไรบ้าง?                                                                               

Pallet Racking - ชั้นวางพาเลท

  • Pallet Racking คือ ชั้นวางพาเลท เป็นระบบจัดเก็บสินค้าแบบใช้โครงสร้างในการวางพาเลท (pallet) ซึ่งเป็นแท่นรองสินค้าที่ใช้สำหรับเคลื่อนย้ายด้วยรถโฟล์คลิฟท์ (forklift) นิยมใช้ในคลังสินค้า โรงงาน ร้านค้าส่ง หรือสถานที่เก็บของอื่น ๆ เป็นตัวช่วยในการจัดเก็บสินค้าให้ใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า เป็นระเบียบ และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการคลังสินค้า

  • Cantilever Racking คือ ชั้นวางแขนยื่น เป็นระบบจัดเก็บสินค้าอีกประเภทหนึ่งที่เหมาะสำหรับ สินค้าที่มีรูปทรงยาว เช่น ท่อ เหล็กเส้น ไม้ หรือ พรม โดยจะมีแขนยื่นออกจากเสาหลัก ทำหน้าที่เป็นที่วางสินค้า สามารถเข้าถึงสินค้าได้สะดวก โดยแลกกับการรับน้ำหนักได้น้อยกว่าชั้นวางพาเลท

  • Drive-in Racking  คือ ชั้นวางแบบขับเข้า เป็นระบบจัดเก็บสินค้าประเภท การจัดเก็บสินค้าแบบความหนาแน่นสูง (High-density storage) นิยมใช้ในคลังสินค้าที่ต้องการใช้พื้นที่ในการจัดเก็บสินค้าให้คุ้มค่าที่สุด เหมาะสำหรับจัดเก็บสินค้าจำนวนมาก ที่ไม่จำเป็นต้องหยิบออกบ่อย เช่น สินค้าคงคลัง สินค้ารอการจัดส่ง หรือ วัตถุดิบ โดยแลกกับการเข้าถึงสินค้าด้านในที่ไม่สะดวก และมีความเสี่ยงต่อความเสียหาย
    Cr.Photo : Colby Solutions

  • Push-Back Racking คือ ชั้นวางแบบดัน เป็นระบบจัดเก็บสินค้าอีกประเภทหนึ่งที่อยู่ในกลุ่ม การจัดเก็บสินค้าแบบความหนาแน่นสูง (High-density storage) คล้ายกับ Drive-in Racking แต่ Push-Back Racking จะมีความปลอดภัยและสะดวกในการหยิบสินค้ามากกว่า เหมาะสำหรับจัดเก็บสินค้าจำนวนมากที่ต้องการใช้ระบบ FIFO โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกในการหยิบสินค้ามากกว่า Drive-in Racking โดยแลกกับต้นทุนที่สูงกว่าและข้อจำกัดในเรื่องน้ำหนักสินค้า

  • Carton Flow Racking คือ ชั้นวางไหล เป็นระบบจัดเก็บสินค้าประเภท สินค้าปลีกย่อย (carton) ที่เน้นการ หยิบสินค้า (picking) โดยอาศัยแรงโน้มถ่วงในการไหลของสินค้า เหมาะสำหรับจัดเก็บสินค้าที่ต้องการหยิบสินค้าบ่อยครั้ง เน้นความรวดเร็ว และต้องการระบบ FIFO โดยแลกกับต้นทุนที่สูงกว่า และข้อจำกัดในเรื่องน้ำหนักและประเภทสินค้า

  • Shelving units คือ ชั้นวางของ เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้สำหรับจัดเก็บ วางสิ่งของ อาจทำจากไม้ โลหะ หรือ พลาสติก มีชั้นวางแนวนอนหลายระดับ เพื่อช่วยให้การจัดเก็บเป็นระเบียบ หยิบใช้ง่าย ประหยัดพื้นที่ และมีประโยชน์สำหรับทุกสถานที่

  • Mobile Shelving คือ ชั้นวางเคลื่อนที่ เป็นระบบจัดเก็บสินค้าแบบพิเศษ โดยชั้นวางสินค้าจะติดตั้งบนฐานล้อเลื่อน สามารถเคลื่อนที่ได้บนรางที่ฝังไว้ในพื้น เหมาะสำหรับคลังสินค้า ห้องสมุด หรือสถานที่เก็บของที่มีพื้นที่จำกัด ต้องการเก็บสินค้าจำนวนมาก และต้องการเข้าถึงสินค้าได้ง่าย โดยแลกกับต้นทุนที่สูงกว่าและข้อจำกัดในเรื่องความสูงของเพดาน และการบำรุงรักษา

  • Mezzanine Shelving คือ ชั้นวางลอย เป็นระบบจัดเก็บสินค้าแบบพิเศษ โดยจะสร้าง ชั้นลอย ขึ้นไปบนพื้นที่ว่างภายในอาคาร แล้วติดตั้งชั้นวางสินค้าบนชั้นลอยนั้น เหมาะสำหรับสถานที่ที่มีพื้นที่จำกัด ต้องการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสินค้า โดยไม่ต้องก่อสร้างอาคารใหม่ โดยคำนึงถึงข้อจำกัดเรื่องความสูงของชั้นลอย น้ำหนักบรรทุก และการขออนุญาต

 

ชั้นวางของ (Rack) เป็นอุปกรณ์สำคัญในคลังสินค้า ช่วยให้จัดเก็บสินค้าเป็นระเบียบ ประหยัดพื้นที่ ควบคุมสต๊อก และลดต้นทุน การเลือก Rack ให้เหมาะสม จะช่วยให้คุณสามารถจัดการสินค้าได้อย่างประสิทธิภาพ